วันเสาร์, 18 มกราคม 2563

กินของหวานทำให้แก่ขึ้นจริงหรือ? วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

12 ม.ค. 2020
8

บรรดาของหวานที่ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ไอศกรีม บิงซู ช็อกโกแลต หรือขนมที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้หลายคนอารมณ์ดีหลังจากได้ทาน แต่ทราบหรือไม่ว่า ความอร่อยที่คุณได้ลิ้มรสอาจต้องแลกกับปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวเหลือง และผิวหย่อนคล้อย อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่ามันสัมพันธ์กันอย่างไร วันนี้เราจะพาคุณไปค้นหาคำตอบนี้พร้อมกัน

ทำความรู้จักกระบวนการไกลเคชั่น (Glycation)

น้ำตาลทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชั่น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราแก่ ทั้งนี้กระบวนการไกลเคชั่นเกิดขึ้นเมื่อน้ำตาลจับกับโมเลกุลอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น โปรตีนและไขมัน ซึ่งผลพลอยได้จากน้ำตาลที่เกิดขึ้นจะทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติ และทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถก่อความเสียหายต่อเซลล์ต่าง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ โมเลกุลในผิวที่รักษาผิวให้ตึงและอ่อนเยาว์อย่างคอลลาเจนและอิลาสตินจะไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น ผิวของคุณจะมีความเสี่ยงต่อสิ่งกระตุ้นทางสิ่งแวดล้อม เช่น รังสียูวี มลพิษ และควันบุหรี่

ผลที่เป็นไปได้อื่น ๆ ที่น้ำตาลมีต่อผิว

ผลพลอยได้อื่น ๆ ที่เกิดจากกระบวนการไกลเคชั่น คือ AGEs (Advanced Glycation End products) ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะดังนี้

  • Acanthosis Nigrican: ผิวบริเวณหลังคอ รักแร้ และรอยพับของข้อศอก และด้านหลังปลายนิ้วจะเป็นสีดำและมีเนื้อสัมผัสเหมือนกับกำมะหยี่
  • Necrobiosis Lipoidica Diabeticorum: มักมีคราบสีน้ำตาลอมเหลืองคล้ายขี้ผึ้งบนหน้าแข้งด้านหน้า
  • Scleredema Adultorum: ผิวหนังจะหนาและแข็ง ซึ่งจะเริ่มจากด้านหลังคอ และสามารถขยายไปยังรอบ ๆ เช่น ไหล่ส่วนบน แผ่นหลัง และหน้าอก

วิธีลดความเสี่ยง

ยิ่งมี AGEs (Advanced Glycation End products) มากเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งแสดงสัญญาณความชราเร็วขึ้นมากเท่านั้น ซึ่งจะเกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกร่างกาย โดยรวมถึงผิวหนังของคุณด้วย อย่างไรก็ดี ถ้าไม่อยากให้ร่างกายได้รับผลกระทบจากกระบวนการไกลเคชั่น อันดับแรกคือ คุณควรจำกัดการทานอาหารที่มีน้ำตาล โดยเฉพาะอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีแล้ว เช่น ขนมปัง พาสต้า มันฝรั่งทอด ผลไม้ คุกกี้ เค้ก ฯลฯ อาหารเหล่านี้ถูกย่อยสลายในลำไส้อย่างรวดเร็ว สุดท้ายเลือดก็จะมีน้ำตาลเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะทานอาหารเหล่านี้ เราอยากแนะนำให้คุณเลือกทานเป็นอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น ขนมปังธัญพืช ควินัว บาร์เลย์ มันหวาน ถั่วฝัก ผัก และโปรตีนปลอดมัน ในขณะเดียวกัน ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงอาจเป็นข้อยกเว้น เช่น องุ่น มังคุด และเชอร์รี เพราะผลไม้เหล่านี้ยังคงมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย

เมื่อพูดถึงปัญหาผิว หากป้องกันได้ก็จะดีที่สุดค่ะ แต่หากมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อผิวแล้ว สิ่งสำคัญคือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อต้านริ้วรอยที่รักษาค่า pH ของผิว มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีสารต้านอักเสบที่ป้องกันการเกิด AGEs และสามารถช่วยซ่อมแซมเกราะปกป้องผิว